อยู่อังกฤษ

posted on 21 Jul 2010 03:47 by seraphimon

เจ้าของบล๊อกตอนนี้ อยูี่ที่ประเทศอังกฤษ......

 

ดังนั้น ก็จะมีรูป... มาให้ดู แต่..... ก็ไม่บ่อยหรอกนะ.....

 

ว่างๆ อากาศเย็นสบาย... ฟังเพลงเศร้าๆ บิ้วอารมณ์เต็มที่ละ

แล้วก็เลยแต่กลอนเยอะมากกกกกกกกกกก เพราะมันเหงานี่นา

 

ช่างเถอะ ตะลุยอังกฤษ

 รายละเอียด น่าจะอัพตามนี้นะ

1.วันแรก (สุวรรณภูมิและบนเครื่อง)

2. วันแรก (Linton Lodge and Oxford)

3. วันที่ 2 (Park and Oxford)

4. วันที่ 3 (Stradford Upon Avon)

5. วันที่ 4 (London)

6. วันที่ 5-6 (Museum and Christ Church)

ที่เหลือ ยังไม่ชัวร์นะครับ

 

อากาศที่นี่ ก็ไม่หนาวมากนะ กำลังดี 26 องศาเซลเซียส (ไม่เปิดแอร์นอน - - )

เอาล่ะ วันนี้จะเอากลอนที่แต่งมานำเสนอกัน 6 บท (Poem ฝรั่งนะ) และบมความสุดเศร้าอีก 1 บท

 

เริ่มเลย

 

Cry

Darkness

Loneliness

Faithfulness

Where is it?

 

Love

Hate

Cry

Why is it?

 

All of these

are feeling

that release

while I'm crying

 

Let the tear

Take out your fear

And you will hear

The People Cheer

 

.....

Eyes

While I was looking at her eye

Red eye, that she's trying to hide

it make me sad and want to cry

 

Every know what sadness is

effect other like a disease

and transfer to other, like to eat

 

So, she cry and cry in the rain

she's sad and still in pain

that sadness came to me, like a chain

 

I don't know what to do

She's still crying, in front of you

Then she stop, when he said " I love you"

 

It's him, not me

This love, all for free

And I still love thee

 

อันนี้ ไม่ค่อยชอบแหะ thee เป็นคำโบราณ แปลว่า  you นะครับ

...................

While I fall in love

But she doesn't feel my love

So, I cry of love

อันนี้เป็น Haiku นะครับ

.............

Love

Love is tear

Love is fear

Love is cried

Love is died

Love is hate

Love is fate

Love can be happy

or love can be sadly

Love can be death

and love can be birth

Love is not for me

and Love is not for you

Love is alone, understand your life

............

Loneliness when you get lost

Only you can survive

Very untrustful

Endless and Sadness

เกลียดอันนี้อ่ะ รุสึกว่ามันห่วยมากกกกกก

............

อันสุดท้าย น่ารักมากกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกก

 I promise myself not to love again

And now I'm in pain

Because I am in love again...

สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ

หลายคนคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้แหละนะ

 ถ้ามีเวลา จะอัพรูปหลังจากที่กลับจากอังกฤษให้ละกัน

ช่วงนี้ก็แค่อยากโชว์สิ่งที่เขียนมาตอนฟังเพลงเศร้าๆแค่นั้นแหละ

บทความทิ้งท้ายห่วยๆ จากผู้ชายคนนึง

...

ความรักหรอ

มันคืออะไรกันนะ

ยังกับว่า เราลืมมันไปนานแล้วนะ

เหนื่อยจัง เจ็บจังเลย

ความรักมัน ทรมานเนอะ

ทำให้เจ็บก็ได้ ยังกับมีด

ที่กรีดแทงคุณอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี

แต่บางครั้ง ก็ทำให้คุณได้ลิ้มรส

ความสุข และความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง

มันก็อยู่ที่ว่าใครจะมองยังไง

บางคนก็มองว่ารักคือความทุกข์

แต่อีกหลายคน ก็ไม่รู้ว่ารักคืออะไร

บางคน ที่ชอบที่จะมองคนรักห่างๆ

แต่บางคนก็ชอบที่จะมองความรักอย่างใกล้ๆ

บางคนมี แต่ไม่ต้องการ

แต่คนที่ไม่มี กลับต้องการ

ช่างเป็นเรื่องที่สนุกและแปลกเหลือเกิน

ถ้ารักแล้วเจ็บ ก็เหมือนบทเรียนว่าอย่ารัก

แต่เรามันมาโซคิสต์นี่นา เจ็บแล้ว ก็ยังรักอยู่ได้

อย่างว่า "ใกล้กัน ยิ่งหวั่นไหว"

อย่ามันแต่ทนห้ามใจเลยกับเรื่องแบบนี้

มันจะเหนื่อยซะเปล่ากับคุณ และคนที่คุณรัก

ลองรักเถอะ ผลจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของอนาคตแล้วล่ะ

มันจะมีความสุขหรือทุกข์ขนาดไหน มันก็เป็นเรื่องของคุณแล้วล่ะ

                                St.Sera

                                           20/7/53

 

[tag] และ ไถ่บาป

posted on 25 May 2010 12:00 by seraphimon

ใครอยากจะฆ่าเจ้าของบล๊อกบ้างงงงงง

 

จากเอนทรี่ที่โคดบ้า........

 

เหอๆ

 

ทำแทกนิทานดีกว่า  

 

รับมาจาก machiqualo.... หรือ

เอ้าๆๆ ทำเลยละกัน

 

Tag .... นิทาน

 

ชื่อ วิว ..... กัส

 

 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ (วัง) แห่งหนึ่ง

 

มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ (วงเวียน) เธอเป็นคนที่สวยมาก

 

มีลักษณะเด่นคือ (วิ่งรอบโลก) ให้กับทุกๆ คน

 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ ทุกๆ คนจะ รักเธอ

 

 

มีอยู่วันหนึ่ง หญิงสาวบังเอิญไปเจอชายคนหนึ่ง ซึ่งเค้าทำอาชีพ (วางเพลิง)

 

เธอประทับใจกับ (เวอร์ชั่นไฟร้อนแรง) ของเขามาก

 

เธอจึงเอ่ยคำขอออกมาว่า "(วิ้ง...........)"

 

ชายคนนั้นได้มองมาที่เธอและประทับใจในความ

 

(ว่าง) ของเธอ

 

เขาจึงไม่ปฏิเสธสิ่งที่เธอขอ แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

 

ชายคนนั้นจึงขอ (วัง) ของเธอมา

 

ผ่านไปสองสามวัน เธอได้บังเอิญไปเจอชายคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง

 

แต่ทว่าเขาไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์ เดิมที่เธอจำได้

 

เขามี (วิก ) ติดอยู่ที่หน้าผาก เขาจึงดูงามสง่ากว่าวันก่อนนั้น มาก

 

เมื่อเขาเดินมาทักทาย เธอก็ออกอาการ (วาบหวิว)

 

ด้วยความขวยเขิน

 

ความจริงได้ปรากฏว่าชายคนนั้น คือ เจ้าชาย (ว้อยยยยยยยย)

 

หญิงสาวถึงกับ (แว้ดๆๆๆๆๆ) เมื่อเธอได้ทราบความจริง

 

เจ้าชายก็ได้ขอให้เธอ มาอยู่กับ เขาชั่วชีวิตโดยบอกว่า

 

วันนี้ถึงชั้นจะแพ้ พรุ้งนี้ชั้นจะมาเอาเอาคืน

 

 

เธอตอบตกลงด้วยความยินดียิ่ง

 

และทั้งสองคนก็อยู่ด้วยกันอย่าง (ว่างเปล่า) ตลอด ไป

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… "(เวรกรรมนั้นมีจริง)"   

 

 

THE END

 

______________________________


พอและ

 

ไปนอนดีดว่า

 

 

รอด รด. แล้วด้วยสายตาาา เย้้้้้้้้้

ไปและ บายยยยย 

 


 

 

หายไปนานนนนนนนนนน

posted on 18 May 2010 21:12 by seraphimon

โทดทีนะคร้าบบบบบ

 

ดองบล๊อกก

 

อัพเลวอีกแล้ววววววว

 

งั้น ก็ขอเลวต่อไป..........

 

มีอะไรให้ดู แก้เครียดกันไปละกัน

 

ดูอะไรดีละ ไม่มีอัพเดทเลยอ่ะ

 

งั้นนนนนนนนน

ปิดด้วยงานของป๋มละกัน

 

ประสิทธิภาพการยับยั้งจุลินทรีย์ของสารจากธรรมชาติในมะม่วงบดEffect of Natural Antimicrobial in Mango Puree ธนเดช โตธนาภรณ์ 1 และ จิตศิริ ราชตนะพันธุ์2Thanadet Tothanaporn1 and Chitsiri Rachtanapun2 AbstractThe objective of this study was to evaluate the effect of vanillin and mango peel dietary fibre (MPDF) as antimicrobial agent in mango puree. Mango puree was prepare from Mangifera indica L. variety Nam-Dok-Mai then added L-ascorbic acid 0.05%(w/w) and artificially inoculated Z. bailii for 4 log CFU/g. After that vanillin 80mM, MPDF 5% and MPDF 10% (w/w) were added into mango puree sample. Control sample comprised of Z. bailii and L-ascorbic acid 0.05% (w/w). Samples were vacuum packed and stored at refrigerated temperature (4°C) for 5 days. The number of Z. bailii and total microorganism were enumerated by using spread plate method. The appearance of mango puree was also evaluated by sight. Result showed that vanillin could reduce Z. bailii by 1-2 log CFU/g and able to slow the enzymatic browning process. MPDF 5% could reduce total microorganism by 2 logs. The antimicrobial activities of MPDF 5% (2.1 log CFU/g) and 10% (2.38 log CFU/g) were not different. Thus, vanillin and MPDF is the natural antimicrobial that can inhibit the growth of microorganism and enzymatic browning in mango puree and can be applied as natural preservatives in minimal processed fruit. บทคัดย่องานวิจัยนี้มุ่งศึกษาประสิทธิภาพของวานิลลิน และ เยื่อใยอาหารจากเปลือกมะม่วง (MPDF) ในการยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เนื้อมะม่วงบดเน่าเสีย โดยเฉพาะเชื้อ Zygosaccharomyces bailii ในขั้นแรกเตรียมเนื้อมะม่วงบดจากมะม่วงสายพันธุ์น้ำดอกไม้ เติม L-Ascorbic Acid 0.5% (w/w) และจำลองการปนเปื้อนของ Z. bailii ในเนื้อมะม่วงบด จำนวน 4 CFU/g และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการยับยั้งจุลินทรีย์ของสารยับยั้งจุลินทรีย์โดยเติมสารประกอบวานิลลิน ความเข้มข้น 80 mM, MPDF ร้อยละ 5 และ 10 โดยสูตรควบคุม คือ สูตรที่เติมจุลินทรีย์ และ L-Ascorbic Acid บรรจุตัวอย่างในถุงสุญญากาศ เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 วัน ทำการตรวจสอบจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดด้วยวิธี Spread Plate Method และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพด้วยสายตา ผลการทดลอง พบว่า วานิลลินสามารถลดจำนวน Z.bailii ได้ 1-2 log CFU/g ตลอดระยะการเก็บรักษา 5 วัน และชะลอการเกิดสีคล้ำในมะม่วง และ MPDF ความเข้มข้น 5% สามารถยับยั้งจุลินทรีย์ทั้งหมดได้ดี สูตรที่เติม MPDF ความเข้มข้น 5% และ 10% ให้ผลการยับยั้งจุลินทรีย์ไม่ต่างกัน แต่สูตรที่เติม MPDF 10% มีผลทำมะม่วงมีสีเข้มขึ้น ดังนั้น วานิลลิน และ MPDF 5% จึงเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์มะม่วงบดเพื่อยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสียและชะลอการเกิดสี โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้สดแปรรูป คำนำมะม่วงเป็นผลไม้ไทยที่มีความนิยมสูงในประไทยและต่างประเทศ โดยมีการบริโภคทั้งผลสุกและดิบ และมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภท อาทิ เช่น น้ำมะม่วง ซอสมะม่วง มะม่วงดอง เนื้อมะม่วงบด (mango puree) เป็นต้น เนื้อมะม่วงบดเป็น ______________________________1โครงการส่งเสริมอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี1Junior Science Talent Project2ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ 109002Department of Food Science and Technology, Faculty of Agro-Industry, Kasetsart University, Bangkok 10900   ผลิตภัณฑ์จากมะม่วงสุกที่เพิ่งเป็นที่รู้จักในประเทศไทย โดยได้รับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ไอศกรีม และ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ผู้บริโภคนิยมรับประทานมะม่วงสุกที่ไม่ผ่านการแปรรูป (fresh mango) หรือรับประทานมะม่วงตัดแต่ง (fresh cut) นอกจากนี้อาจรับประทานกับข้าวเหนียวและน้ำกะทิ แต่เนื้อมะม่วงบดไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายเพราะมีอายุการเก็บรักษาค่อนข้างสั้น เนื่องจากมีสีคล้ำได้ง่ายจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของเนื้อมะม่วงกับอากาศ และการเสื่อมเสียจากจุลินทรีย์หากไม่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยกระบวนการสเตอริไลส์ และ      การสเตอริไลส์มีผลให้สารอาหารบางชนิดเสื่อมคุณภาพ และมีผลต่อลักษณะทางประสาทสัมผัส เช่น เนื้อสัมผัสและมีกลิ่นรสไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ในบางกรณี อาจมีการเติมสารกันเสีย เช่น โพแทสเซียมซอร์เบตโซเดียมซอร์เบต เป็นต้น (López-Malo and Palau, 2000) อย่างไรก็ตาม หากเติมสารกันเสียในปริมาณมาก อาจจะมีอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาในการใช้สารจากธรรมชาติ ได้แก่ สารสกัดจากเปลือกมะม่วง (MPDF) และ สารประกอบวานิลลิน เพื่อทดแทนสารกันเสียในผลิตภัณฑ์เนื้อมะม่วงบดและเพื่อยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ อุปกรณ์และวิธีการการศึกษาสารสกัดจากธรรมชาติที่มีผลต่อจำนวนจุลินทรีย์ที่พบในผลิตภัณฑ์มะม่วงบด โดยนำมะม่วงสายพันธุ์น้ำดอกไม้สุกบด มาเติม L-Ascorbic Acid และจำลองการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ Zygosaccharomyces bailii จำนวน 4 log CFU/g และเปรียบเทียบการเจริญของจุลินทรีย์ในแต่ละชุดการทดลอง 4 ชุดการทดลอง ได้แก่ สูตรควบคุม สูตรที่เติมวานิลลิน สูตรที่เติมเยื่อใยอาหารจากเปลือกมะม่วง 5% และ 10% (w/w) โดยเติมสารประกอบวานิลลินความเข้มข้น 80mM, สารสกัดจากเปลือกมะม่วงความเข้มข้น 5% หรือ 10% (w/w) ลงในตัวอย่าง บรรจุลงถุง PE ปลอดเชื้อในสภาวะสุญญากาศ ถุงละ 25 กรัม เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 วัน ทำการตรวจสอบจำนวนจุลินทรีย์ด้วยวิธี Spread Plate Method และ ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพด้วยสายตาทุกๆ 1 วัน ผลและวิจารณ์เมื่อตรวจสอบการเจริญของจุลินทรีย์ Z. bailii ในผลิตภัณฑ์ ณ วันแรกที่เริ่มทำการทดลอง พบว่า จุลินทรีย์มีจำนวนเท่ากับ 4.13 log CFU/g ในสูตรควบคุม พบว่า จำนวนจุลินทรีย์มีจำนวนค่อนข้างคงที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการเก็บรักษา เนื่องจากอุณหภูมิในตู้เก็บรักษาอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส จากรายงานของ Thomas และ Davenport (1985) พบว่า Z. bailii เจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 22-26 องศสเซลเซียส ซึ่งอยู่ในกลุ่ม mesophile จึงไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้แต่ยังมีชีวิตรอด จึงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจำนวนจุลินทรีย์มากนัก ในสูตรที่เติมสารประกอบวานิลลิน ในวันที่ 1 หลังการเก็บรักษา พบว่า สูตรที่เติมสารประกอบวานิลลินมีจำนวนเชื้อใกล้เคียงกับสูตรควบคุม อาจจะเป็นเพราะสารประกอบวานิลลินยังไม่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งจุลินทรีย์ ในวันที่ 2 พบว่า จำนวนจุลินทรีย์มีการลดลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นจำนวน 2.04 log CFU/g เมื่อเทียบจากวันแรกของการทดลอง และมีจำนวนค่าคงที่ในวันที่ 3-5 ในสูตรที่เติม MPDF ร้อยละ 5 และ ร้อยละ 10 ในวันที่ 1 หลังการเก็บรักษา พบว่า สูตรที่เติม MPDF ร้อยละ 5 และ ร้อยละ 10 มีจำนวนเชื้อใกล้เคียงกับสูตรควบคุม ในวันที่ 2 พบว่า จำนวนจุลินทรีย์มีการลดลงเป็นจำนวน 1.1 และ 0.84 log CFU/g ซึ่งน้อยกว่าสารประกอบ วานิลลิน เนื่องจากวานิลลินเป็นสารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก แต่ MPDF เป็นสารสกัดหยาบประกอบด้วยสารประกอบหลายชนิด เช่น สารประกอบแมนจิเฟอร์ริน สารประกอบฟลาโวนอยด์    (พงศธร, 2552) และมีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่กว่าสารประกอบวานิลลินซึ่งสามารถผ่าน เปปติโดไกลแคนบนผนังเซลล์ยีสต์และแบคทีเรียแกรมบวกได้ยากกว่าวานิลลิน โดยวานิลลินและMPDF มีฤทธิ์ทำลายโครงสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย รวมทั้งสร้างความผิดปกติกับพลาสมาเมมเบรน และกระบวนการสร้างผนังเซลล์ใหม่ของจุลินทรีย์   

Figure 1 Number of Z.bailii in mango puree

 

 

เมื่อตรวจสอบการเจริญของจุลินทรีย์ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ ณ วันแรกที่เริ่มทำการทดลอง พบว่า จุลินทรีย์มีจำนวนกับ 4.90 log CFU/g ในสูตรควบคุม พบว่า จำนวนจุลินทรีย์มีจำนวนค่อนข้างคงที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการเก็บรักษา เนื่องจากอุณหภูมิในตู้เก็บรักษาอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งจุลินทรีย์ส่วนมากที่พบในเนื้อมะม่วงบดอยู่ในกลุ่ม mesophile  จึงไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ แต่ยังมีชีวิตรอด จึงทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจำนวนจุลินทรีย์มากนัก ในสูตรที่เติมสารประกอบวานิลลิน พบว่า จุลินทรีย์ทั้งหมดมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องใน 4 วันที่ทำการเก็บรักษา โดยลดได้สูงสุดในวันที่ 2 โดยลดได้ 0.72 log CFU/g จากวันที่ 1 โดย MPDF 5% และ MPDF 10% มีแนวโน้มลดลงใน 2 วันแรก และคงที่จนถึงวันที่ 5 โดยลดได้สูงสุดในวันที่ 2 และลดได้สูงสุด 1.26 และ 1.5 log CFU/g ตามลำดับ เนื่องจากสารประกอบวานิลลินเป็นสารประกอบที่มีขั้ว จึงสามารถผ่าน Lipopolysaccharide ได้ยากกว่า MPDF ซึ่งเป็นสารสกัดหยาบประกอบด้วยสารประกอบหลายชนิด เช่น สารประกอบแมนจิเฟอร์ริน สารประกอบฟลาโวนอยด์ (พงศธร, 2552) และบางชนิดมีคุณสมบัติไม่มีขั้ว จึงสามารถซึมผ่าน Lipopolysaccharide และทำลายโครงสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย รวมทั้งสร้างความผิดปกติกับพลาสมาเมมเบรน และกระบวนการสร้างผนังเซลล์ใหม่อีกด้วย เปรียบเทียบในสูตรที่เติม MPDF ร้อยละ 5 และ ร้อยละ 10 จำนวนจุลินทรีย์มีการลดลงใกล้เคียงกันโดยในวันที่ 2 ลดเชื้อได้เป็นจำนวน 2.1และ 2.38 log CFU/g ตามลำดับ

Figure 2 Number of total microorganism in mango puree

    

 

จากการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทางสีของเนื้อมะม่วงบดด้วยสายตา พบว่า ในวันที่เริ่มทำการทดลอง (Day 0) เนื้อมะม่วงบด มีสีเหลืองสดใส สูตรควบคุมนั้น เริ่มเกิดสีคล้ำที่วันที่ 2 โดยสูตรที่เติมสารประกอบวานิลลิน เริ่มเกิดสีคล้ำในวันที่ 3 สูตรที่เติม MPDF ร้อยละ 5 เริ่มมีการเกดสีคล้ำในวันที่ 2 และ สูตรที่เติม MPDF ร้อยละ 10 เริ่มเกิดสีคล้ำขึ้นในวันที่ 1 จาการทดลองพบว่า สารประกอบวานิลลินมีฤทธิ์ในการต้านสีน้ำตาลได้ดีที่สุด การที่สูตรที่เติม MPDF ร้อยละ 10 มีสีเข้มมากที่สุด น่าจะมีสาเหตุจากสารสกัดจากเปลือกมะม่วงส่วนใหญ่ ประกอบไปด้วยสารกลุ่มฟีนิล ซึ่งเป็นสาร    ตั้งต้นในปฏิกิรยาออกซิเดชั่นจึงอาจจะมีผลในการเร่งปฏิกิริยาการเกิดสีคล้ำขึ้นได้ เมื่อเทียบกับสูตรอื่นๆ ที่มีสารกลุ่มฟีนอลน้อยกว่าเมื่อตรวจสอบลักษณะเนื้อสัมผัสของมะม่วงบดสูตรควบคุม สูตรเติมสารประกอบวานิลลิน และสูตรที่เติม MPDF ความเข้มข้น ร้อยละ 5 และ ร้อยละ 10 พบว่า สูตรควบคุมและสูตรเติม MPDF ร้อยละ 5 มีเนื้อสัมผัสของมะม่วงบดไม่ต่างกัน แต่สูตรที่เติมวานิลลินพบว่ามีสารที่ไม่ละลายและเป็นเกล็ดสีขาวบนเนื้อมะม่วง เนื่องจากวานิลลินสามารถละลายได้เพียง 1g ในน้ำ 100 มิลลิลิตร แต่ปริมาณวานิลลินที่ใช้การทดลองมีมากกว่านั้น จึงไม่เกิดการละลายขึ้น และสูตรที่เติม MPDF ร้อยละ 10 พบว่า มีการแยกชั้นระหว่างสารสกัดและเนื้อผลไม้ เนื่องจากในกระบวนการสกัด ได้ใช้เอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 95 ในการทำละลาย สารสกัด MPDF จึงไม่รวมตัวกับเนื้อมะม่วงบด หลังผ่านการแปรรูปเป็นเวลานาน โดยสามารถแก้ไขได้โดยปรับเปลี่ยนความเข้มข้นของเอทานอลในกระบวนการสกัดสารสกัด MPDF ให้น้อยลง     

Figure 3 Mango enzymatic browning in each day

 

 

สรุปเยื่อใยอาหารจากเปลือกมะม่วง และ สารประกอบวานิลลินมีศักยภาพในการยับยั้งจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์เนื้อมะม่วงบดได้ โดยเยื่อใยอาหารจากเปลือกมะม่วงร้อยละ 5 สามารถยับยั้งจุลินทรีย์ทั้งหมดได้ดี แต่สารประกอบวานิลลิน 80 มิลลิโมล่าร์ สามารถยับยั้งยีสต์ Zygosaccharomyces bailii ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเน่าเสียได้ดีเช่นกัน คำขอบคุณโครงการส่งเสริมอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนงานวิจัยครั้งนี้  เอกสารอ้างอิงนิธิยา รัตนานนท์. 2551. เคมีอาหาร. สำนักพิมพ์โอเดียนสตอร์, กรุงเทพฯ. ปรียา วิบูลย์เศรษฐ์ และ สุดสาย ตรีวานิช. 2549. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ.พงศธร ล้อสุวรรณ. 2552. ผลของระยะการเจริญเติบโต และสายพันธุ์ ต่อสมบัติการต้านออกซิเดชัน และ สมบัติการต้านจุลินทรีย์ของเยื่อใยอาหารของเปลือกมะม่วง (MPDF). วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.สมพงศ์ จันทร์โพธิ์ศรี. 2552. เคมีอินทรีย์ เล่ม 1. บริษัทวิทยพัฒน์. กรุงเทพฯ.Cerrutti Patricia and Alzamora M. Stella. 1999. Inhibitory effects of vanillin on some food spoilage yeasts in laboratory media and fruit purées. International  Journal of food Microbiology. 29(2-3): 379-386.Guerrero-Beltrán A. José, Swanson G. Barry and Barbosa-Cánovas V. Gustavo. 2004. Inhibition of polyphenoloxidase in mango puree with 4-hexylresorcinol, cysteine and ascorbic acid. Food Science and Technology. 38(6): 625-630.Lopéz-Malo A. and Palou E. 2008. Modeling the Growth/No-Growth Interface of Zygosaccharomyces bailii in Mango Puree. Journal of Food Science. 65(3): 516-520Mitra S.K. and Baldwin E.A. 1997. Postharvest physiology and storage of tropical and subtropical fruits. CAB International. Wallingford.Thomas S.D.and Davenport R.R. 1985. Zygosaccgaromyces bailii - aprofile of characteristics and spoilage activities. Food Microbiology. 2: 157-169.  

ไปละ บายยยยย

อ้างอิง ยังไม่ได้แก้น่ะ -*-

เอนทรีบ่น ไม่ครอบขาว

posted on 03 Feb 2010 15:43 by seraphimon

เกลียดว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

ไอ้พวกที่ไม่เข้าใจคอื่นเนี่ย โคตรเกลียดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

โดยเฉพาะไอ้คนที่มันๆไม่สนใจคนอื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

จับผิดคนอื่น

แส่เรื่องชาวบ้าน

 

เสือกทุกเรื่องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

แถตลอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

กะล่อนแบบเวรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เนี่ย มันขยะชัดๆเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

เกลียดอ่ะ.................................................................

 

ถ้าไม่ติดว่าทั้งห้องรวมหัวสั่งนะ!!!!!!!!!!1

 

คำสั่งใช่ง่ายที่ไหน ห้ามพูดหนึ่งวันเพื่อแลกกับข่าวสารเนี่ยนะ...

 

เรารู้ว่าเราเปนคนพูดมาก แล้วไงอ่ะ คนบ้าที่ไหน ไม่พูดทั้งวัน

โรคจิตและ

 

 

 

คือ อย่างน้อยมันต้องมีหลุดมาบ้างงงงง

3 คำ พวกเสียง แอะ เนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

รู้จักมั้ย ห๊า

 

บังคับอยู่นั่นแหละ

 

อีกคนก้อเหมือนกัน ไม่รู้จะตามใจทำไมนักหนา

 

ตามใจมันเหลือเกิน ถึงบอกว่ารู้สึกผิดที่เคยแกล้ง ก็ไม่น่าทำกันอย่างนี้นี่นา

 

 

 

เกลียดว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

รำคานด้วยยย

 

มายุ่งไรนักหนา

 

 

เรื่องชาวบ้านเนี่ย

 

ไอ้พวกเวลาที่เค้าด่ากันอยู่ เซงกันอยู่

 

ไอ้พวกสาย Support ซำเติมเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

เกลียดๆๆๆๆ

พวกต่อท้ายเนี่ย ก้อน่ารำคาญ

 

 

 

ไปคุยกะเพื่อนอีกคนมา ก้อบอกว่า

 

 

วันนี้วิวน่าคบมากเลยนะ ไม่น่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อนนนนนน

 

ก้อเลยคิดว่า

 

เออ เงียบมั่งก็ดีนะ...

โอเคเลยยย งั้น เงียบลงอีกนิดดีกว่า แต่ตอบคำถามเหมือนเดิม เพื่อนถามก้อคุยเหมือนเดิม

 

น่าจะ work กว่าเนอะ

 

พุธหน้าจะมาลงความคืบหน้า

 

เพราะว่า ไอ้คนที่บิด่าคนนึง มันสัญญาว่าจะไม่พูดเลย พุธหน้า

 

ได้... ถ้ามันพูด บิจะประจานมัน ที่เว็บ เอาให้มันไม่ได้เกิดอีกเลย

 

ให้ชิบหายวายวอดไปให้หมดซะ รำคาญญญญญญญญ

 

เสือกชิบเป๋ง คนบ้าไรวะ

ทะเลาะกะเพื่อนอยู่ดีๆ

 

แม่ง....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอโทดสำหรับคนดีๆ ที่อยากอ่านแต่เรื่องดีๆ

 

ขอโทดสำหรับเพื่อนสนิท ที่เข้าใจเรา

ขอโทดสำหรับคนที่เราอารมณ์เสียใส่วันนี้

และขอสมเพชใส่คนที่ไม่ยอมรับอดีตที่เคยทำมากับคนอื่น แล้วพอโดนกลับเลยฉุนเยว

ขอให้ไปสู่ทุคติภูมิ สำหรับคนชอบเสือกอย่างมัน

ขอให้ชิบหายวอดวาย ตายไปให้หมดซ้า

 

ไปและ บายยยยยยยย