อยู่อังกฤษ

posted on 21 Jul 2010 03:47 by seraphimon

เจ้าของบล๊อกตอนนี้ อยูี่ที่ประเทศอังกฤษ......

 

ดังนั้น ก็จะมีรูป... มาให้ดู แต่..... ก็ไม่บ่อยหรอกนะ.....

 

ว่างๆ อากาศเย็นสบาย... ฟังเพลงเศร้าๆ บิ้วอารมณ์เต็มที่ละ

แล้วก็เลยแต่กลอนเยอะมากกกกกกกกกกก เพราะมันเหงานี่นา

 

ช่างเถอะ ตะลุยอังกฤษ

 รายละเอียด น่าจะอัพตามนี้นะ

1.วันแรก (สุวรรณภูมิและบนเครื่อง)

2. วันแรก (Linton Lodge and Oxford)

3. วันที่ 2 (Park and Oxford)

4. วันที่ 3 (Stradford Upon Avon)

5. วันที่ 4 (London)

6. วันที่ 5-6 (Museum and Christ Church)

ที่เหลือ ยังไม่ชัวร์นะครับ

 

อากาศที่นี่ ก็ไม่หนาวมากนะ กำลังดี 26 องศาเซลเซียส (ไม่เปิดแอร์นอน - - )

เอาล่ะ วันนี้จะเอากลอนที่แต่งมานำเสนอกัน 6 บท (Poem ฝรั่งนะ) และบมความสุดเศร้าอีก 1 บท

 

เริ่มเลย

 

Cry

Darkness

Loneliness

Faithfulness

Where is it?

 

Love

Hate

Cry

Why is it?

 

All of these

are feeling

that release

while I'm crying

 

Let the tear

Take out your fear

And you will hear

The People Cheer

 

.....

Eyes

While I was looking at her eye

Red eye, that she's trying to hide

it make me sad and want to cry

 

Every know what sadness is

effect other like a disease

and transfer to other, like to eat

 

So, she cry and cry in the rain

she's sad and still in pain

that sadness came to me, like a chain

 

I don't know what to do

She's still crying, in front of you

Then she stop, when he said " I love you"

 

It's him, not me

This love, all for free

And I still love thee

 

อันนี้ ไม่ค่อยชอบแหะ thee เป็นคำโบราณ แปลว่า  you นะครับ

...................

While I fall in love

But she doesn't feel my love

So, I cry of love

อันนี้เป็น Haiku นะครับ

.............

Love

Love is tear

Love is fear

Love is cried

Love is died

Love is hate

Love is fate

Love can be happy

or love can be sadly

Love can be death

and love can be birth

Love is not for me

and Love is not for you

Love is alone, understand your life

............

Loneliness when you get lost

Only you can survive

Very untrustful

Endless and Sadness

เกลียดอันนี้อ่ะ รุสึกว่ามันห่วยมากกกกกก

............

อันสุดท้าย น่ารักมากกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกก

 I promise myself not to love again

And now I'm in pain

Because I am in love again...

สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ

หลายคนคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้แหละนะ

 ถ้ามีเวลา จะอัพรูปหลังจากที่กลับจากอังกฤษให้ละกัน

ช่วงนี้ก็แค่อยากโชว์สิ่งที่เขียนมาตอนฟังเพลงเศร้าๆแค่นั้นแหละ

บทความทิ้งท้ายห่วยๆ จากผู้ชายคนนึง

...

ความรักหรอ

มันคืออะไรกันนะ

ยังกับว่า เราลืมมันไปนานแล้วนะ

เหนื่อยจัง เจ็บจังเลย

ความรักมัน ทรมานเนอะ

ทำให้เจ็บก็ได้ ยังกับมีด

ที่กรีดแทงคุณอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี

แต่บางครั้ง ก็ทำให้คุณได้ลิ้มรส

ความสุข และความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง

มันก็อยู่ที่ว่าใครจะมองยังไง

บางคนก็มองว่ารักคือความทุกข์

แต่อีกหลายคน ก็ไม่รู้ว่ารักคืออะไร

บางคน ที่ชอบที่จะมองคนรักห่างๆ

แต่บางคนก็ชอบที่จะมองความรักอย่างใกล้ๆ

บางคนมี แต่ไม่ต้องการ

แต่คนที่ไม่มี กลับต้องการ

ช่างเป็นเรื่องที่สนุกและแปลกเหลือเกิน

ถ้ารักแล้วเจ็บ ก็เหมือนบทเรียนว่าอย่ารัก

แต่เรามันมาโซคิสต์นี่นา เจ็บแล้ว ก็ยังรักอยู่ได้

อย่างว่า "ใกล้กัน ยิ่งหวั่นไหว"

อย่ามันแต่ทนห้ามใจเลยกับเรื่องแบบนี้

มันจะเหนื่อยซะเปล่ากับคุณ และคนที่คุณรัก

ลองรักเถอะ ผลจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของอนาคตแล้วล่ะ

มันจะมีความสุขหรือทุกข์ขนาดไหน มันก็เป็นเรื่องของคุณแล้วล่ะ

                                St.Sera

                                           20/7/53

 

[tag] และ ไถ่บาป

posted on 25 May 2010 12:00 by seraphimon

ใครอยากจะฆ่าเจ้าของบล๊อกบ้างงงงงง

 

จากเอนทรี่ที่โคดบ้า........

 

เหอๆ

 

ทำแทกนิทานดีกว่า  

 

รับมาจาก machiqualo.... หรือ

เอ้าๆๆ ทำเลยละกัน

 

Tag .... นิทาน

 

ชื่อ วิว ..... กัส

 

 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ (วัง) แห่งหนึ่ง

 

มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ (วงเวียน) เธอเป็นคนที่สวยมาก

 

มีลักษณะเด่นคือ (วิ่งรอบโลก) ให้กับทุกๆ คน

 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ ทุกๆ คนจะ รักเธอ

 

 

มีอยู่วันหนึ่ง หญิงสาวบังเอิญไปเจอชายคนหนึ่ง ซึ่งเค้าทำอาชีพ (วางเพลิง)

 

เธอประทับใจกับ (เวอร์ชั่นไฟร้อนแรง) ของเขามาก

 

เธอจึงเอ่ยคำขอออกมาว่า "(วิ้ง...........)"

 

ชายคนนั้นได้มองมาที่เธอและประทับใจในความ

 

(ว่าง) ของเธอ

 

เขาจึงไม่ปฏิเสธสิ่งที่เธอขอ แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

 

ชายคนนั้นจึงขอ (วัง) ของเธอมา

 

ผ่านไปสองสามวัน เธอได้บังเอิญไปเจอชายคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง

 

แต่ทว่าเขาไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์ เดิมที่เธอจำได้

 

เขามี (วิก ) ติดอยู่ที่หน้าผาก เขาจึงดูงามสง่ากว่าวันก่อนนั้น มาก

 

เมื่อเขาเดินมาทักทาย เธอก็ออกอาการ (วาบหวิว)

 

ด้วยความขวยเขิน

 

ความจริงได้ปรากฏว่าชายคนนั้น คือ เจ้าชาย (ว้อยยยยยยยย)

 

หญิงสาวถึงกับ (แว้ดๆๆๆๆๆ) เมื่อเธอได้ทราบความจริง

 

เจ้าชายก็ได้ขอให้เธอ มาอยู่กับ เขาชั่วชีวิตโดยบอกว่า

 

วันนี้ถึงชั้นจะแพ้ พรุ้งนี้ชั้นจะมาเอาเอาคืน

 

 

เธอตอบตกลงด้วยความยินดียิ่ง

 

และทั้งสองคนก็อยู่ด้วยกันอย่าง (ว่างเปล่า) ตลอด ไป

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… "(เวรกรรมนั้นมีจริง)"   

 

 

THE END

 

______________________________


พอและ

 

ไปนอนดีดว่า

 

 

รอด รด. แล้วด้วยสายตาาา เย้้้้้้้้้

ไปและ บายยยยย 

 


 

 

หายไปนานนนนนนนนนน

posted on 18 May 2010 21:12 by seraphimon

โทดทีนะคร้าบบบบบ

 

ดองบล๊อกก

 

อัพเลวอีกแล้ววววววว

 

งั้น ก็ขอเลวต่อไป..........

 

มีอะไรให้ดู แก้เครียดกันไปละกัน

 

ดูอะไรดีละ ไม่มีอัพเดทเลยอ่ะ

 

งั้นนนนนนนนน

ปิดด้วยงานของป๋มละกัน

 

ประสิทธิภาพการยับยั้งจุลินทรีย์ของสารจากธรรมชาติในมะม่วงบดEffect of Natural Antimicrobial in Mango Puree ธนเดช โตธนาภรณ์ 1 และ จิตศิริ ราชตนะพันธุ์2Thanadet Tothanaporn1 and Chitsiri Rachtanapun2 AbstractThe objective of this study was to evaluate the effect of vanillin and mango peel dietary fibre (MPDF) as antimicrobial agent in mango puree. Mango puree was prepare from Mangifera indica L. variety Nam-Dok-Mai then added L-ascorbic acid 0.05%(w/w) and artificially inoculated Z. bailii for 4 log CFU/g. After that vanillin 80mM, MPDF 5% and MPDF 10% (w/w) were added into mango puree sample. Control sample comprised of Z. bailii and L-ascorbic acid 0.05% (w/w). Samples were vacuum packed and stored at refrigerated temperature (4°C) for 5 days. The number of Z. bailii and total microorganism were enumerated by using spread plate method. The appearance of mango puree was also evaluated by sight. Result showed that vanillin could reduce Z. bailii by 1-2 log CFU/g and able to slow the enzymatic browning process. MPDF 5% could reduce total microorganism by 2 logs. The antimicrobial activities of MPDF 5% (2.1 log CFU/g) and 10% (2.38 log CFU/g) were not different. Thus, vanillin and MPDF is the natural antimicrobial that can inhibit the growth of microorganism and enzymatic browning in mango puree and can be applied as natural preservatives in minimal processed fruit. บทคัดย่องานวิจัยนี้มุ่งศึกษาประสิทธิภาพของวานิลลิน และ เยื่อใยอาหารจากเปลือกมะม่วง (MPDF) ในการยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เนื้อมะม่วงบดเน่าเสีย โดยเฉพาะเชื้อ Zygosaccharomyces bailii ในขั้นแรกเตรียมเนื้อมะม่วงบดจากมะม่วงสายพันธุ์น้ำดอกไม้ เติม L-Ascorbic Acid 0.5% (w/w) และจำลองการปนเปื้อนของ Z. bailii ในเนื้อมะม่วงบด จำนวน 4 CFU/g และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการยับยั้งจุลินทรีย์ของสารยับยั้งจุลินทรีย์โดยเติมสารประกอบวานิลลิน ความเข้มข้น 80 mM, MPDF ร้อยละ 5 และ 10 โดยสูตรควบคุม คือ สูตรที่เติมจุลินทรีย์ และ L-Ascorbic Acid บรรจุตัวอย่างในถุงสุญญากาศ เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส